READING

📈 การลงทุนมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือเมื่อเวลาผ่านไปนา...

📈 การลงทุนมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เราผ่านอะไรมากขึ้น การอ่านหนังสือหรือฟังคลิปความรู้อันเดิมซ้ำ มันมักจะทำให้เราได้เห็นมุมมองอะไรใหม่ๆ เสมอ

📈 การลงทุนมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เราผ่านอะไรมากขึ้น การอ่านหนังสือหรือฟังคลิปความรู้อันเดิมซ้ำ มันมักจะทำให้เราได้เห็นมุมมองอะไรใหม่ๆ เสมอ

วันนี้เลยขอเอาคลิปเก่า ของพี่มี่กับพี่ฮง ที่แชร์ไว้ในงาน SET in The city ปี 2021 ซึ่งเป็นคลิปที่ส่วนตัวผมชอบมากๆ มาสรุปให้ฟังนะครับ

แนะนำมากๆ โดยเฉพาะมือใหม่ ฟังตัวเต็มได้ ลิงก์ใน Comment 👇🏻

💡 ไอเดียร์การลงทุนพี่มี่

📌 พี่มี่ลงทุนเริ่มต้นในแนว VI เลย โดยมี ดร.นิเวศน์ เป็นแรงบันดาลใจ แต่ช่วงแรกก็ซื้อตามคนอื่นก็ขาดทุน เลยมาเริ่มตั้งใจศึกษาจริงจังด้วยตนเอง

พี่มี่แนะนำมือใหม่ส่วนมากจะไป Focus แค่ผลตอบแทนกำไรหรือขาดทุน แต่ลืมหากระบวนการและวิธีการในการลงทุน พี่มี่แนะนำนักลงทุนมือใหม่พยายามหาความรู้เยอะๆ หาวิธีวิเคราะห์หุ้นของตัวเองให้เจอ และค่อยๆพัฒนา

ปัญหาใหญ่ของนักลงทุนคือ พอมีกำไรก็ขาย พี่ติดดอยก็บอกว่าเป็น VI ซึ่งมันผิด VI จริงๆ คือการวิเคราะห์ธุรกิจ และการเติบโต เป็นปัจจัยที่สำคัญ และราคาที่เราซื้อมันเหมาะสมหรือไม่ การที่เราซื้อหุ้นที่ดีก็ไม่ใช่ VI ต้องดูความเหมาะสมของราคาที่เราซื้อด้วย

👉🏻 ต้องแยกเทรนธุรกิจและราคาหุ้นอาจจากกัน อย่าไปยึดติดภาพหุ้นที่ดีต้องขึ้นเสมอ บางที่ราคามันก็เป็นไปตามสภาพตลาด สุดท้ายอยู่ที่ผลประกอบการและแนวโน้มของธุรกิจ

เรื่องกระจายความเสี่ยง พี่มี่มองที่ UPSIDE ถ้ามีหุ้นที่ UPSIDE เยอะๆ หลายตัวก็กระจายๆ ถ้ามีน้อยตัวก็ลงทุนน้อยตัว แต่การกระจายเยอะๆ ก็ต้องระวังถ้าเรารู้ไม่จริงมันอาจจะทำให้เราเสียโอกาสในการลงทุน สุดท้ายคือลงทุนในตัวที่มีศักยภาพ มองภาพระยะยาว และติดตามข้อมูลของมันว่าเป็นไปตามที่เราคิดหรือไม่

📌 การบริหารพอร์ทนอกจากการวิเคราะห์แล้ว สิ่งที่สำคัญคือต้องควบคุมอารมณ์ เพราะตลาดมันมีปัจจัยใหม่ๆ ตลอดเวลา พยายามเอาข้อมูลใหม่ๆมาคิดว่ามันกระทบพื้นฐานหรือไม่ ระวังอย่ายึดติดกับราคา อย่ามี Bias กับหุ้นที่เราถือว่ามันจะต้องดี เราต้องเอาข้อมูลปัจจุบันมาพิจารณาด้วยเหตุและผล

การป้องกัน BIAS คือให้เราถอยออกมา 1 แก้ว แล้วเอาข้อมูลปัจจุบันมาคิดว่าถ้าเราไม่มีหุ้นตัวนี้เลย เราจะยังซื้ออยู่ไหม

การหาหุ้นในช่วงที่ตลาดขึ้นมาแรงๆ ต้องพยายามหาหุ้นที่มีความแข็งแกร่ง มีความแน่นอนของรายได้ คนยังไงก็ต้องใช้ ปัจจัยภายนอกมากระทบยาก ให้ดู PEG ประกอบ (แต่ต้องเป็น Growth ในระยะยาว) ไม่ควรเกิน 1 เท่า

🔶 PE ต้องเป็น PE ในอนาคต (Forward PE) ดูจากเทรนเป็นสำคัญ ธุรกิจไหนมีแนวโน้มดีก็เข้าไปดูจากตรงนั้น แต่บ่อยๆ ครั้งเทรนที่ดีก็มักจะแพงไปแล้ว เราต้องหาหุ้นที่ภาพในอนาคตมันยังไม่สะท้อนเท่าไหร่

🔶 AEC เป็นอะไรที่น่าสนใจ เราอยู่ตรงกลางของภูมิภาคหุ้นกลุ่มไหนที่โตตามเทรน และขยายไปภูมิภาครอบๆ ได้ อันนี้น่าสนใจ

การจะลงทุนแนว VI ให้ประสบความสำเร็จมันคือต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่ไม่ต้องไปแข่งกับใครเยอะ ทำให้ตัวเองในวันนี้เก่งกว่าตัวเองในเมื่อวาน ในช่วงที่ข้อมูลข่าวสารมันเร็ว เราอาจจะต้องเริ่มจากหาอะไรที่ใกล้ตัว อะไรที่เราเข้าใจมากกว่าคนส่วนมากของตลาดแล้วเข้าไปอยู่ในตรงนั้น

ความผิดพลาด พี่มี่เคยผิดจากการเชื่อ ผู้บริหารมากเกินไป เชื่อเป้ามากเกินไป (โม้แหละ) จะเชื่อใครต้องคิดหลายๆ มุม ว่ามันมีความน่าจะเป็นไปได้ไหม ตัวกิจการไหนที่ไปสำรวจได้ ก็เข้าไปดูด้วยตนเอง เช่นร้านค้าปลีกถ้าจะขายดีคนก็ต้องเยอะ เราก็เข้าไปดูตรงนั้น

📌 งบการเงินเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้ นักลงทุนทุกวันนี้โชคดี มีหนังสือ และคลิปความรู้ดีๆ มากมาย พยายามค่อยๆ ฝึกนะครับผม

📌 เงินน้อย มีเวลาน้อยไม่สำคัญ ถ้าเรามีความตั้งใจ และความพยายามมากพอ สุดท้ายเราจะประสบความสำเร็จ

การบริหารกระแสเงินสดในพอร์ทของพี่มี่ พวกปันผลบ่อยๆ ครั้งถ้าไม่มีหุ้นที่จะลงทุน พี่มี่จะเก็บเงินสดเอาไว้ไม่ได้เอาไป invest อันนี้ขึ้นกับสถานการณ์และเป้าหมายของการลงทุน

พี่มี่ชอบบริษัทที่หนี้น้อยๆ หนี้น้อย ดอกเบี้ยน้อยมีโอกาสจ่ายปันผลมากขึ้น

⚡️ VI ไม่จำเป็นต้องรอนาน บางที่เราสามารถหาปัจจัยเร่ง เช่นผลประกอบการ หรือการเปลี่ยนโครงสร้าง หรือตัวธุรกิจใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้ผลประกอบการเติบโตได้ในอนาคต

⚡️ VI ไม่ได้หมายความว่าต้องรวยช้า เพราะอะไรที่เราเข้าใจมากๆ เราก็ลงทุนในสัดส่วนเยอะๆ แน่นอนว่าถ้ามันถูกมันจะเปลี่ยนชีวิตเราไปเลย

เคล็ดลับก่อนลา 🔥

"การซื้อหุ้นเหมือนซื้อธุรกิจ คุณภาพดี ราคาเหมาะสม และอดทนให้นานพอจนมันแสดงมูลค่าออกมา"

"มูลค่าที่เหมาะสมต้องทำ Conservative เพราะไม่มีใครหมดตัวหากเรามองแบบต่ำๆ เอาไว้ก่อน"

💡 ไอเดียร์การลงทุนพี่ฮง

แต่ก่อนพี่ฮงลงทุนตามมาร์เก็ตติ้ง ขึ้นขายลงซื้อ แต่ทำตามแล้วไม่รวย !!! จึงคิดได้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดเลยได้เริ่มมาศึกษาพื้นฐาน

ต่อมาจึงเริ่มอ่านหนังสือเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ งบการเงิน พอลงทุนไปเรื่อยๆก็เริ่มจับหลักการได้ เริ่มมองธุรกิจที่มีศักยภาพและเติบโตได้ ผลตอบแทนที่ดีขึ้น

📚 พี่ฮงแนะนำหนังสือ "ศาสตร์แห่งบัฟเฟตต์ BUFFETTOLOGY" สำหรับคนที่เข้ามาลงทุนใหม่ๆ อยากให้อ่านเล่มนี้จะเข้าใจหลักการลงทุนด้านพื้นฐานมากขึ้น

พี่ฮงนิยาม VI นิยามคือการลงทุนในคุณภาพ และ ความคุ้มค่า ระยะเวลาสั้นยาวไม่สำคัญ คำว่า VI ไม่ได้หมายความว่าถือยาว ถ้าระยะเวลาสั้นแต่มันถึงจุดที่ต้องขายก็ต้องขาย แต่ถ้ามันยังไปได้ต่อก็ถือไปเรื่อยๆ

แต่ก่อนพี่ฮงลงทุนน้อยตัว และลุยแบบความเสี่ยงสูง ได้ก็ได้คำใหญ่กำไรเยอะๆ แต่หลังๆ เปลี่ยนไปเยอะ เพราะการถือหุ้นน้อยตัวมันมีโอกาสที่เราจะโดนเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดได้สูง และบ่อยๆ ครั้งเราอาจจะคิดผิด ดังนั้นก็จะลงทุนแนวๆ กระจายความเสี่ยงในหุ้นที่เราเข้าใจ

📌 การลดอารมณ์ในการลงทุนคือพยายามอยู่ดูหุ้นในระหว่างวันเยอะเกินไป เพราะบ่อยครั้งจะทำให้เราไขว้เขว แต่ก็ต้องมีการอัปเดตข้อมูลที่กระทบกับพื้นฐานทั้งในแง่บวกและแง่ลบเป็นระยะๆ

ในช่วงที่หุ้นขึ้นมาแรงๆ พี่ฮงจะหาหุ้นเน้นเซฟๆ ไว้ก่อน โดยดูที่ Downside หลายๆ ตัวถ้าขึ้นมาโซนบนแล้ว ผลประกอบการผิดคาด อันนี้จะกระทบตัวราคาเยอะมาก ให้เริ่มมองจากจุดที่เราซื้อ แล้วคิดต่อไปยังอนาคต

📌 หุ้นที่ความคาดหวังสูงหรือต่ำ เราดูค่า PE ประกอบได้ หุ้นที่คาดหวังสูงถ้าผิดคาดก็จะเจ็บหนักได้ หาหุ้นที่คาดหวังต่ำ ราคาไม่แพงมาก และมีการเติบโตในอนาคต อย่ายึดติดว่าหุ้นตัวนี้มันดี แล้วต่อไปจะต้องดีต่อ

PE ที่เหมาะสม พี่ฮงแนะนำให้ดูอุตสาหกรรมด้วย ถ้าอุตสาหกรรมไหนโตสูงก็ควรมี PE สูง บริษัทที่มีคุณภาพควรมี PE สูงกว่า รวมถึงความต่อเนื่องของรายได้ และการเติบโต (พี่ฮงยกกลุ่มรับเหมา รายได้มันไม่แน่นอนแบบนี้ก็ยังไม่ต้องคิด PE เยอะ อาศัย story พวกโครงการที่จะได้รับเอา)

📌 จุดคุ้มทุนก็สำคัญ หาบริษัทที่รายได้เพิ่งเกินจุดคุ้มทุน เพราะรายได้ที่โต มันมีโอกาสลงไปเป็นกำไรสุทธิได้สูง กำไรก็จะเติบโตมากๆ ได้ (รายได้เก่า Cover ต้นทุนแล้ว ส่วนรายได้ใหม่ก็จะลงไป Bottomlineเลย) + ถ้ามีผลประโยชน์ทางภาษีเพิ่มอีกก็น่าสนใจ

🔥 ข้อควรระวังคือหุ้นที่เติบโตเร็วๆในอดีต ไม่ได้การันตีว่าจะเติบโตได้ต่อไปในอนาคต และต้องระวังให้มากขึ้นถ้าเป็นหุ้นกลุ่มวัฏจักร อันนี้อาจโดนกับดักได้ ถ้าเราไม่รู้ (หุ้นวัฏจักร์ พองบพีค ราคาก็จะพีค แล้วก็จบรอบ ถ้าเราเข้าไปรับไม่ดูตาม้าตาเรือ เราจะโดนได้)

Seasonal effect ก็สำคัญบางทีมันมีกรณีที่หุ้นบางตัวโตแปลกๆ ในบางช่วง ต้องดูความสม่ำเสมอของกำไรด้วย ไม่อย่างนั้นจะโดนหลอก

ความผิดพลาด พี่ฮงเคยโดนเคสขายหุ้นคืน ถ้าบริษัทไหนขายหุ้นคืน(หรือผู้บริหารขายหุ้น) แล้วงบต่อมาไม่ดีอันนี้ต้องระวัง

อีกอันคือมองบวกจนลืมมอง Downside และเกิด Bias อันนี้ให้ไอเดียร์เหมือนพี่มี่คืออย่ายึดติดกับราคา และความชอบส่วนตัวมากเกินไป

📌 การ BIGLOT โดยรายใหญ่แล้วลากเร็วๆ ถ้ามันขึ้นไปแล้ว เราต้องควบคุมความโลภดีๆอย่าไปไล่ราคา เพราะถ้าไปไล่ราคาแล้วเราไม่แม่นพื้นฐาน มีโอกาสสูงมากๆ ที่จะโดน

การดูงบการเงิน พี่ฮงจะเริ่มดูจากงบดุล สินทรัพย์มีคุณภาพ หนี้น้อย ดอกเบี้ยน้อย เพราะการเติบโตจะโตได้ต้องอาศัยเงินทุน หนี้เยอะๆ มันก็โตยาก หรือพวกหุ้นแข็งแกร่ง หนี้เยอะๆ ก็จะต้องจ่ายดอกเยอะ ชำระหนี้เยอะ มันจะไม่ค่อยมีเงินจ่ายปันผล

ต่อมาพี่ฮงจะดูเงินสด มีเงินสดสุทธิดี เอาไว้ขยายกิจการ คืนหนี้ จ่ายปันผลได้ดี

ต่อมาดูกำไรขั้นต้น ถ้าของดี กำไรขั้นต้นจะดี แต่ก็ต้องดูว่ามันดีมากเกินไปได้หรือยัง ถ้ามากแล้วก็อาจจะต้องคิดว่ามันถึงจุดพีคแล้วหรือยัง

🚨 บริษัทที่แข็งแกร่งมักจะมีกำไรขั้นต้นที่คงที่หรือดีขึ้น เพราะมันแสดงว่าบริษัทเค้ามีอำนาจในการต่อรอง จากฝั่งผู้ซื้อ หรือจากฝั่งผู้ขายสินค้าทุนได้

ดีที่สุดต้องดูทั้งรายได้ และกำไร หลายๆ ตัวกำไรดีแต่ยอดขายไม่โต อันนี้ต้องดูว่ามันดีจริงหรือเปล่า พวกที่กำไรโต จากลดรายจ่าย แต่ยอดขายลดลงเรื่อยๆ อันนี้อาจจะเหนื่อย

พี่ฮงบริหารเงินสดคล้ายๆ พี่มี่ คือดูสถานการณ์เลย ดูความถูกแพงของหุ้นที่สนใจมากกว่า

เคล็ดลับก่อนลา 🔥

"ตลาดหุ้นมีโอกาสเสมอ ยิ่งในวันที่แย่ๆ ในช่วงที่วิกฤตหรือตลาดปรับฐานแรงๆ อย่าทิ้งมันไป เพราะหลังวิกฤตมันจะตามมาด้วยขาขึ้นรอบใหม่เสมอ"

หมอชาย

หุ้นพอร์ทระเบิด

ผู้สนับสนุน

สนใจเปิดบัญชี ค่าคอมหุ้น 0.05%

TFEX สัญญาละ 18-20

กับโบรคเกอร์

แนะนำหุ้นโดยที่ผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต

แจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรทาง INBOX ได้เลยครับ

m.me/prberd


RELATED POST

เปิดบัญชี หุ้น อนุพันธ์ ค่าคอมพิเศษ

x