READING

GDP ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร และปัจจัยอะไรบ้างที่เร...

GDP ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร และปัจจัยอะไรบ้างที่เราต้องติดตามบ้างต่อจากนี้

GDP ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร และปัจจัยอะไรบ้างที่เราต้องติดตามบ้างต่อจากนี้

📌 GDP คืออะไร ?

Gross Domestic Product (GDP) หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ถูกผลิตในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งคำนวณมาจาก GDP = C+I+G+(X-M) โดยแต่ละตัวแปรมีความหมายดังนี้


C = Consumption หรือการบริโภคของบริษัทและประชาชนทั่วไป
I = Investment หรือการลงทุนจากภาคเอกชนในการทำกิจกรรมต่างๆในระบบเศรษฐกิจ
G = Government Spending หรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาล/การลงทุนภาครัฐ
X - M = Export ลบด้วย Import คือจะต้องตัวเลขการส่งออกลบด้วยการนำเข้าถึงจะเห็นอัตราการบริโภคสุดท้ายที่แท้จริง

👉 ค่า GDP เป็นบวก / เป็นลบ แปลความหมายอย่างไร ?

ถ้าค่า GDP เป็นบวก แสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการเติบโตขึ้น มีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น แต่สิ่งที่อาจตามมาได้ คือ อัตราเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นได้เช่นกัน เพราะเมื่อคนมีความต้องการซื้อกันมากขึ้น สามารถดันให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมาได้

ถ้าค่า GDP เป็นลบ แสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัวลง มีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศลดลง

👉 GDP ส่งผลอย่างไรกับตลาดหุ้น

ตราบใดที่ GDP สูงขึ้นเรื่อยๆ SET INDEX จะค่อยๆเพิ่มตาม (มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยสำคัญ มากกว่า 85 %) แต่ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนมากกว่านะ แต่ในระยะยาวภาพจะไปด้วยกัน

และอีกอันที่ต้องรู้คือ ตลาดหุ้น เป็นตัวนำ !!! (Leading Indicator) เพราะฉะนั้นตลาดหุ้นจะวิ่งนำไม่ว่าจะเป็นทิศทางการขึ้นหรือลงก่อนตัวเลขจริงจะออก

😅 สูตรผมส่วนตัว 💰

" ตลาดหุ้นจะดีเมื่อ GDP มากกว่าเงินเฟ้อ "

"นักลงทุนต่างประเทศก็จะมองเรื่อง GDP X เงินเฟ้อเหมือนกัน มันเลยเป็นเหตุให้เงินต่างประเทศเข้าไทยในช่วงต้นปี "

-ประเด็นที่ต้องรู้เกี่ยวกับ GDP

ในปีปกติ (ก่อนโควิด)

C หรือ Consumption หมายถึง การบริโภคภาคเอกชน ค่ากิน เที่ยว ช็อปปิ้งทั้งหลาย คิดเป็นสัดส่วน 49%

I หรือ Investment หมายถึง การลงทุนภาคเอกชน ซื้อเครื่องมือเครื่องจักร ลงทุนโรงงาน คิดเป็นสัดส่วน 23%

G หรือ Government หมายถึง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของรัฐบาล รวมถึงเงินเดือนข้าราชการด้วย คิดเป็นสัดส่วน 16%

X หรือ Export หมายถึง การส่งออก ซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวด้วย (มันเลยรวมแล้วเกิน 100 นะไม่ต้องตกใจ) คิดเป็นสัดส่วน 67%

M หรือ Import หมายถึง การนำเข้าคิดเป็นสัดส่วน 56%

ตัวเลขแบบนี้บอกเราว่า ส่งออกสำคัญมากสัดส่วนถึง 70% และเป็นเครื่องจักรที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีเรื่องของการนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบต่างๆมาหักล้างกันด้วย

แต่ยังมีเครื่องมืออีกอันคือตัว C ที่สำคัญไม่แพ้กัน สัดส่วนถึงครึ่งนึงของ GDP เลย ถึงไม่แปลกใจว่าทำไมเราถึงเห็นนโยบายเพิ่มเงิน แจกเงินกันเสมอมา เพราะตัว C จะตกไม่ได้

⭐️ ประเด็นที่ต้องจับตา !!!

1.ต้นปีทุกคนมองบอกว่า GDP ไทยเราจะโต จากทุกๆแง่มุม แต่แง่มุมที่ดีที่สุดคือการบริโภคของภาคประชาชน + การท่องเที่ยวที่จะมาขึ้นเรื่อยๆ + บริษัทเอกชนกล้าลงทุน ทำให้เมื่อต้นปีทุกอย่างดูดี (เรื่องโควิดผมมองว่าเป็นเรื่องรอง)

2.ตัวหุ้นที่ขึ้นมาดีๆ ต้นปี ก็จะเป็นหุ้นกลุ่มนี้ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น ธนาคาร ค้าปลีก อสังหา สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์

3.แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันมี 2 FACTOR ที่เข้ามากระทบทำให้ภาพรวมปีนี้มันเปลี่ยน

คือ !!

**สงครามรัสเซีย 🇷🇺 ยูเครน 🇺🇦**

น้ำมันแพง >> ต้นทุนการใช้ชีวิต แพงขึ้น การบริโภคลดลง + ต้นทุนการผลิตแพงขึ้น กลุ่มส่งออกต้องผลักภาระราคาสินค้า ราคาสูงขึ้น Demand ลดลง ยอดขายลดลง

เศรษฐกิจโลกชะลอตัว >> ประเทศเราเน้นส่งออก แน่นอนว่ามันส่งออกยากขึ้น

ท่องเที่ยวมาช้ากว่าคาด >> รัสเซียเป็นประเทศที่มาไทยอันดับ 2 ตั้งแต่ต้นปี และค่าใช้จ่ายต่อหัวค่อนข้างเยอะ พอเกิดแบบนี้ตรงนี้ก็หายไป

**โควิดจีน 🇨🇳**

จีนค่อนข้างมีอิทธิพล ต่อเศรษฐกิจไทย GDP จีน เปลี่ยนแปลง 1 % จะกระทบต่อไทยประมาณ 0.9 % นั้นหมายความว่าถ้าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอันนี้ก็จะกระทบของไทยอีกเหมือนกัน

⚡️ สิ่งที่กระทบกับตลาดหุ้นวันนี้

แน่นอนว่าตอนนี้เริ่มมีการปรับเป้าของ GDP ลง จากเดิม ที่คิดว่าไทยจะโต 3.6-4.2 % เหลือ 2.2-2.8 % จากหลายๆสำนัก

และตัวที่กระทบมากที่สุดคือในเรื่อง Consumption จากสาเหตุข้างต้น

หุ้นกลุ่มนี้จึงโดนเทลงมาในวันนี้

ก็หวังว่าประเด็นนี้จะจบและคลี่คลายโดยเร็ว คนไทยลำบากมาหลายปีจะลืมตาอ้าปากสักทียังมาเจอเรื่องพวกนี้อีก

และเราในฐานะนักลงทุน ก็ควรทำการบ้าน ทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ไว้ด้วยนะครับ เพราะมันจะส่งผลต่อผลประกอบการของหุ้นพวกเราไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ผู้สนับสนุน

สนใจเปิดบัญชี ค่าคอมหุ้น 0.05%

TFEX สัญญาละ 18-20

กับโบรคเกอร์

แนะนำหุ้นโดยที่ผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต

แจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรทาง INBOX ได้เลยครับ

m.me/prberd


เปิดบัญชี หุ้น อนุพันธ์ ค่าคอมพิเศษ

x