READING

เจาะธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุก กับวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่...

เจาะธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุก กับวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่

เจาะธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุก
กับวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่

สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิก หุ้นพอร์ทระเบิด ทุกท่าน ถึงแม้ว่าล่าสุดเรื่องราวของ Covid-19 จะดูวุ่นวายและทำเอาเหล่านักลงทุนปวดหัวกันไปมาก แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้เรายังพอได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์รออยู่บ้างเล็กน้อย
 
หรืออย่างแย่ๆก็ยังถือว่าดีกว่าตอนระบาดรอบแรก โดยสัญญาณของการฟื้นตัวจากอุตสาหกรรมต่างๆก็เริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตร, ก่อสร้าง และโลจิสติกส์(E-Commerce)
 
ซึ่งทุกอย่างที่เราได้กล่าวมาก็ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับ “รถบรรทุก” ทั้งหมดครับ นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ต้องขนสินค้าต่างๆ และภาคการส่งออกที่ยังต้องการใช้รถบรรทุกเพื่อขนตู้คอนเทนเนอร์อีกด้วย
 
ส่งผลให้การเติบโตของรถบรรทุกในปีนี้น่าจะค่อนข้างมีความสดใส ดังนั้นธุรกิจ “สินเชื่อรถบรรทุก” จึงกลายมาเป็นหัวข้อที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้นั่นเอง
โดยก่อนอื่นพวกเราก็จะต้องไปทราบกันเกี่ยวกับเรื่องของส่วนประกอบต่างๆของรถบรรทุก ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยรถบรรทุกชนิดแบบ 6-10 ล้อ ความพิเศษและซับซ้อนมันจะอยู่ที่รถหัวลาก & หางพ่วง นั่นเองครับ ซึ่งชนิดของหางพ่วงนี่ก็แล้วแต่ว่าจะนำไปจนสินค้าอะไร ทำให้สินเชื่อรถบรรทุกมีความซับซ้อนมากกว่า
 
สำหรับภาพรวมของตลาดรถบรรทุกถือว่ามีการเติบโตไล่เลี่ยกับ GDP ของประเทศซะเป็นส่วนใหญ่ครับ แต่สำหรับปีที่แล้วหรือพ.ศ. 2563 ก็จะเห็นว่ารถบรรทุกมือสองจะเป็นที่นิยมกว่าเนื่องจากว่าเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะซื้อรถมือสองเพราะราคาต่ำกว่าและยังใช้งานได้ดี
 
ยกเว้นกลุ่มปิโตรเคมีที่อาจจะต้องการคุณภาพในการขนส่ง & เดินทางอย่างสูงที่สุด และกลุ่มบริษัทที่อาจจะต้องการภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
และถ้าหากว่าเรามาดูผู้เล่นภายในตลาดของบ้านเราก็จะพบว่าบริษัทที่จดทะเบียนก็จะมีอยู่ 3 เจ้าคือ ASK(เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง) ที่ครอง Market share อยู่ 27.6% รองลงมาเป็น THANI(ราชธานีลิสซิ่ง) อีก 27.5% และน้องเล็กคือMICRO(ไมโครลิสซิ่ง) ที่ 7.7% รวมกันทั้งหมดเป็น 62.7%
 
ส่วนที่เหลืออีกราวๆ 37% ก็คือผู้เล่นหลักรายอื่นอย่างกลุ่มแบงก์เช่นธนาคารทิสโก้, ธนาคารเกียรตินาคิน, เงินติดล้อและลิสซิ่งกสิกรไทย แต่ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเน้นการปล่อยสินเชื่อก้อนใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิตดี
 
ต่อมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ รายได้ภาคการเกษตร, การเติบโตของภาคส่งออก และจำนวนโครงการก่อสร้างใหม่ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยที่กำหนด Demand ของการใช้รถบรรทุกนั่นเองครับ ว่าจะเติบโตมากหรือน้อยแค่ไหนจากการลงทุนใหม่ของผู้ประกอบการ
 
หรือจะเป็นแนวโน้มราคาน้ำมันก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะว่าต้นทุนหลักๆของกลุ่มการขนส่งที่เป็นลูกค้าของธุรกิจกลุ่มนี้ก็คือน้ำมัน และสุดท้ายคืออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวที่เรียกได้ว่าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของธุรกิจสินเชื่อนั่นเองครับ
 
อัตราส่วนการเงินที่ต้องติดตามได้แก่ ปริมาณพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งปัจจุบันพอร์ตของ ASK และ THANI ก็จะมีอยู่คนละราวๆ 40,000 ล้านบาทในขณะที่ MICRO มีอยู่ราวๆ 3,000 ล้านบาท แต่หลังจากปีพ.ศ. 2562 เป็นต้นมาก็จะเห็นว่าMICRO มีอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมที่ดีกว่ารุ่นพี่อย่าง THANI และ ASK อยู่กว่าสองเท่าตัว
 
นอกเหนือจากนั้นก็คือ อัตราการทำกำไร(NIM), รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย, แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์(NPL, Coverage ratio), แนวโน้มกำไรสุทธิ(Net profit) และ ROE & ROA ที่เพื่อนๆนักลงทุนควรจะไปติดตามถ้าหากว่าสนใจหุ้นในกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก ก็จะคล้ายๆกับหุ้นสินเชื่อทั่วไปกับหุ้นแบงก์อยู่บ้างครับ
 
สุดท้ายก็คือวิธีในการประเมินมูลค่าของหุ้นกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก โดยการประเมินมูลค่าจาก P/BV จะเหมาะสมที่สุดเพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของทางบริษัทนั้นเป็นเงินซึ่งวัดมูลค่าได้แน่นอน และธุรกิจสินเชื่อก็คือการทำกำไรจากขนาดของสินทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีกำไรที่ค่อนข้างสม่ำเสมออีกด้วย
 
คงจะพอเห็นภาพกันไปแล้วนะครับสำหรับใครซึ่งกำลังมีความสนใจในหุ้นกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุกที่เรียกว่ากำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่นั่นเองครับ
ส่วนพวกเรา หุ้นพอร์ตระเบิด ก็คงจะต้องขอตัวลาเพื่อนๆสมาชิกทุกท่านกันไปก่อนในวันนี้
สวัสดีครับ...
_________________
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้การปั้นพอร์ทให้โตระเบิดไปกับเรา

RELATED POST

เปิดบัญชี หุ้น อนุพันธ์ ค่าคอมพิเศษ

x